วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การทำฮอร์โมนไข่เร่งดอกเร่งผล บำรุงข้าว

การทำฮอร์โมนไข่สำหรับเร่งดอกเร่งผลและใช้บำรุงสำหรับข้าว มีดังนี้
วัสดุที่ใช้
- ไข่ไก่สด 2 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 2 กิโลกรัม
- นมเปรี้ยว 2 ขวด
- แป้งข้าวหมาก 2 ลูก
- น้ำมะพร้าวอ่อน 2 แก้ว
- นมจืด 2 กล่อง
วิธีทำ
1. ตอกไข่ แล้วบดให้ละเอียดทั้งเปลือกเทลงถังหมัก
2. เทกากน้ำตาล นมเปรี้ยว น้ำมะพร้าวอ่อน นมจืดและนำแป้งข้าวหมากบดละเอียดตามสัดส่วนใส่ลงไปในถังหมักคนให้เข้ากัน
3. ปิดฝาให้สนิท หมักทิ้งไว้นาน 14 วัน เก็บรักษาไว้ในที่ร่มอากาศสามารถถ่ายเทสะดวก
4. คนทุกวัน เช้า-เย็น หลังจากครบ 14 วันสามารถนำมาใช้ได้
การนำมาใช้
ผสมฮอร์โมนไข่ 20-30 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นในช่วงที่พืชออกดอกให้เปียกชุ่ม ในช่วงเวลาเย็น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ ราดรดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน
ประโยชน์ทีได้
ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช ให้พืชสมบูรณ์แข็งแรง ให้ดอกออกผลรวดเร็วกว่าปกติ ช่วยให้ดินร่วนซุยอุ้มน้ำได้ดี

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การทำเตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้

วัสดุอุปกรณ์ในการทำเตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้
1. ถังน้ำมัน 200 ลิตร 1 ถัง มีฝาเปิดด้านบนได้ก็ดี (สะดวกในการทำไม่ต้องตัดฝา)
2. ท่อใยหิน เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 1 – 1.5 เมตร 1 ท่อ (ใช้ทำเป็นปล่องควัน)
3. ข้องอใยหิน 90 เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว (สำหรับเชื่อมต่อตัวเตา กับปล่อง)
4. กระเบื้องหรือสังกะสี 4-5 แผ่น (สำหรับทำผนังเตา ด้านข้างและด้านหลัง)
5. อิฐบล็อก 5 ก้อน (สำหรับทำปากเตา)
6. ไม้ท่อนขนาดไม้ หน้าสาม ยาว 1 เมตร 8 ท่อน เสี้ยมปลายให้แหลม (ไว้ทำเสาค้ำยังผนังเตา)
7. ไม้ไผ่ลำตรง 1 ลำ เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว ยาวอย่างน้อย 5 เมตร (รองน้ำส้มควันไม้)
8. ดินหรือทราย (ทำฉนวนหุ้มรอบเตา)
9. ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบ (ใช้เป็นยาแนวรอยต่อต่างๆ)
10. ขวดน้ำตัดปากใส่น้ำส้มควันไม้ นำลวดร้อยเป็นหูหิ้วด้วย เพราะน้ำส้มเป็นกรด ถ้าภาชนะเป็นโลหะ กรดจะกัดโลหะทำให้น้ำส้มควันไม้คุณภาพไม่ดีขั้นตอน

การเตรียมอุปกรณ์
1. นำถังน้ำมัน 200 ลิตร ฝาเปิดด้านบน เจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม 20x20 เซนติเมตร ส่วนด้านก้นถังให้เจาะรูกลม เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 4 นิ้วเล็กน้อย เพื่อให้ใส่ข้องอได้สะดวก
2. ข้องอให้เจาะรู 1 นิ้ว มุมฉากด้านนอกเพื่อใช้ระบายน้ำที่เกิดจากการควบแน่นของควันในท่อใยหิน
3. นำไม่ไผ่เจาะทะลุปล้อง ตัดปากเฉียง 45 องศา ด้านหนึ่ง วัดห่างจากปากด้านป้านเจาะรูด้วยเลื่อย กว้าง 2 เซนติเมตร ไว้รองน้ำส้มควันไม้
4. ผ้าหนา หรือกระสอบป่าน มาพันรอบไม้กระบอก ห่างจากรูไม้ขึ้นไป เล็กน้อย
5. ผ้าทำเป็นลูกประคบใหญ่พอที่จะปิดปากท่อใยหินให้สนิท โดยใส่ทรายไว้ผูกปากให้แน่น และเศษผ้าอีกผืนหนึ่งหนาพอประมาณ ไว้ปิดปากปล่องกับท่อไม้ไผ่


ขั้นตอนการประกอบเตา
1. นำถังน้ำมันมาวางนอนให้รูกลมท้ายเตาอยู่ด้านล่าง และหาไม้หนุนด้านหน้าเตา (ฝาเปิดด้านบนถัง) สูงกว่าเล็กน้อยเพื่อช่วยเรื่องการระบายน้ำและการไหลเวียนของอากาศดีขึ้น
2. วัดระยะห่างออกจากตัวถัง ข้างละ 20 เซนติเมตรเพื่อตอกเสาค้ำยันหลัก ด้านละ 2 ต้น หรือมากกว่าตามความเหมาะสม
3. ประกอบผนังเตาด้วยสังกะสี หรือกระเบื้อง โดยให้เสาค้ำอยู่ด้านนอกผนังอยู่ด้านใน
4. ตักดินหรือทรายเทใส่ระหว่างข้างถัง 2 ข้าง และผนังเตาพอควรไม่ให้ผนังล้ม
5. ประกอบข้องอใยหินที่รูกลมด้านท้ายเตา เพื่อทำเป็นปล่องควัน ใช้ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบผสานรอยต่อ ระหว่างข้องอกับถัง ได้ระดับแล้วก็ ตอกไม้หลักกั้นไม้ให้ข้องอถอยออก
6. นำท่อไยหินต่อบนข้องอท้ายเตาให้ตรงแล้วผสานรอยต่อด้วยดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบให้สนิท ควรใช้ลวดผูกท่อไยหินกับไม่หลักไว้ไม่ให้เคลื่อน ควรผสานรอยต่อด้านในถังกับข้องอใยหินด้วย
7. ปิดผนังด้านท้ายเตาด้วยการตอกหลักห่างจากท้ายเตา 10-15 เซนติเมตร
8. ตักดินหรือทรายถมระหว่างผนังทั้ง 3 ด้านให้เต็มเป็นฉนวนเตา
9. ตัดแผ่นสังกะสีหรือกระเบื้อง กว้างพอที่จะปิดผนังด้านข้างของหน้าเตา แล้วตอกหลักกั้นไว้ทั้งซ้ายและขวาป้องกันไม่ให้ดินฉนวนพังลงมาเตาหลังหนึ่งเมื่อประกอบเสร็จแล้ว สามารถเผาถ่านได้เป็นร้อยครั้ง จนกว่าตัวถังน้ำมันจะผุ ซึ่งอาจนานกว่า 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน


อัตราส่วนการใช้น้ำส้มควันไม้ ป้องกันแมลงศัตรูพืช
1 : 5 หรือ 1 : 10 สำหรับการนำไปฆ่าเชื้อในดิน ราดทำลายปลวก และ มด ได้
1 : 20 หรือ 1 : 30 รดในหน้าดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่มีประโยชน์และแมลงในดิน บำรุงผิวดินก่อนทำการเพาะปลูก 10 วัน ใช้ในปริมาณ 6 ลิตร ต่อ 1 ตรม.
1: 50 พ่นลงดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำลายพืช หากเข้มข้นมากกว่านี้รากพืชอาจได้รับอันตรายได้
1: 50 น้ำส้มควันไม้มี น้ำมันทาร์ และยางเรซินอยู่มาก ที่ส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟ รบกวนสัตว์แมลงที่มีพิษ เช่น ตะขาบ ปลวก มด แมงป่องและสัตว์ต่าง ๆ
1: 50 น้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติในการต่อต้าน หรือลดการผลิตแอมโมเนีย จึงสามารถนำไปใช้ลดกลิ่นเหม็นในคอก สัตว์ ในอัตราส่วนไม่เข้มข้นนัก1 : 50 รดบริเวณโคนต้น ไล่ไส้เดือน มะเขือเทศ
1: 100 ราดโคนต้นไม้รักษาโรครา และโรคเน่า รวมทั้งป้องกันแมลงมาวางไข่
1: 100 ใช้ฉีดพ่นถังขยะ ป้องกันกลิ่นและแมลงวัน ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องครัวและบริเวณชื้นแฉะ
1: 100 กลิ่นฉุน เหล่านี้ ช่วยขับไล่แมลงวัน
1: 100 ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อรา และแบคทีเรียที่มี ประโยชน์ ในการเร่งการหมักสารชีวภาพ คือ สามารถย่นระยะเวลาในการหมักลงอีกครึ่งหนึ่งของการหมัก สารชีวภาพโดยปกติ
1 : 200 หรือ 1 : 300 ผสมลงไปในอาหารสัตว์ เมื่อสัตว์กินเข้าไป จะช่วยปรับระดับ แบคทีเรียในลำไส้ เพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารได้ดี ถ้าเป็นไก่เนื้อไก่จะเจริญเติบโตได้ดี เนื้อไก่เป็นสี ชมพู
1: 200 พ่นใบไม้รวมทั้งพื้นดินรอบ ๆ ต้นพืชทุก ๆ 7-15 วันเพื่อขับไล่แมลงและป้องกันเชื้อราและรดโคนต้นไม้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
1 : 200 ฉีดพ่นใบ ฆ่าเชื้อรา มะเขือเทศ
1 : 200 รดบริเวณโคนต้น กันรากเน่า มะเขือเทศ
1 : 200 ฉีดพ่นใบ กันเชื้อรา แตงกวา
1 : 200 รดบริเวณโคนต้น กันรากเน่า แตงกวา
1 : 200 รดบริเวณโคนต้น สตรอเบอรี่ ไส้เดือนฝอย
1 : 300 ฉีดพ่นใบ พริก ลดการร่วงโรยของดอก
1 : 300 ฉีดพ่นใบ ข้าวโพด ขับไล่แมลง
1: 500 หรือ 1 : 1000 พ่นผลอ่อน หลังจากติดผลแล้ว 15 วัน ช่วยขยายผล พ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วันเพื่อเพิ่มน้ำตาลในผลไม้ ช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาปของพืชชนิดให้รสหวาน
1 : 800 รดแทนน้ำปกติ ผักที่มีระยะปลูกสั้นๆ ก่อน หรือหลังแตกยอดอ่อน
1: 1000 เป็นสารจับใบเนื่องจากสารเคมีสามารถออกฤทธิ์ได้ดีในสารละลายที่เป็นกรด อ่อน ๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของสารเคมีทำให้สามารถลดการใช้สารเคมีมากกว่าครึ่ง
1 : 1500 รดแทนน้ำปกติ ไล่ไส้เดือนฝอยพริกไทยเขียว
1 : 1500 รดแทนน้ำปกติ ขับไล่แมลง กะหล่ำปี ผักกาดขาว

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล จาก http://www.kasetporpeang.com/


สมุนไพรรักษาสุนัขขี้เรือน

สูตรสมุนไพรรักษาสุนัขขี้เรื้อน
ส่วนผสม

1. กำมะถันผง 2-3 ช้อนแกง
2.ใบน้อยหน่าสด 20-30 ใบ
3.ยาฉุน 2 กำมือ
4.หัวไพลสด 2-3 แง่ง
5.การะบูรและพิมเสน อย่างละ 20 บาท
6.น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันพืช 1 ลิตร
7.เกลือ 1 ช้อนแกง
วิธีการทำ
เอาน้ำมันตั้งกระทะพอเริ่มร้อนอย่าให้ร้อนมาก ใส่ไพล ใบน้อยหน่าและเกลือลงไป ปล่อยให้เดือดไป จนเห็นว่าทั้งสองอย่างค่อนข้างจะกรอบ ตัวยาจะออกหมดให้ใส่กำมะถันลงไป คนๆจนกำมะถันละลายหมด ใส่ยาฉุน และรอให้ยาลอยขึ้นมาและเปลี่ยนสีออกไปทางน้ำตาลแก่หรือดำ ปิดไฟ เอากาะบูรและพิมเสนใส่ คนให้ดี รอเย็นแล้วกรองเอาแต่น้ำมัน ทาแก้ขี้เรื้อน หรือแก้กลากเกลื้อนคนก็ได้
วิธีการใช้
ทาบริเวณที่เป็นเรื้อน กลากเกลื้อน วันละครั้ง

ปุ๋ยหมักดินจอมปลวก

วัสดุที่ใช้สำหรับทำปุ๋ยหมักดินจอมปลวก
1. ดินจอบปลวกทุบให้ละเอียด 2 ส่วน
2. ปุ๋ยคอกทุบละเอียด 2 ส่วน
3. แกลบดำ 2 ส่วน
4. แกลบดิบ 2 ส่วน
5. รำละเอียด 1-2 ส่วน
6. ขุยมะพร้าวหรือกากอ้อย 2 ส่วน
7. น้ำหมักสูตรหน่อกล้วย 1 ส่วน
8. กากน้ำตาล 1 ส่วน
9. น้ำ 100 ส่วน

วิธีทำ
1.ผสมวัสดุทั้งหมดจนเข้ากันดี
2.ราดน้ำชีวภาพลงบนกองดินผสมคลุกเคล้ากันพอหมาดๆ
3.เกลี่ยกองปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ให้กองหนาประมาณ 1- 2 ฝ่ามือ คลุมด้วยกระสอบป่าน หมักไว้ 4-5 วันนำไปใช้ได้ ควรให้กองปุ๋ยหมักอยู่ในร่ม
4.ปุ๋ยดินชีวภาพที่ดี จะมีราสีขาวเกิดขึ้น มีกลิ่นหอม เก็บไว้ได้นานๆ นำไปใช้หว่านในนาข้าว อัตรา 150-200 กิโลกรัม/ไร่ ช่วยเพิ่มอินทรีย์สารในดินทำให้ดินร่วนซุย ดินนาเป็นหล่มขึ้น ทำให้รากข้าวดูดซับปุ๋ยในดีได้ดี
หมายเหตุ
น้ำหมักสูตรหน่อกล้วย หน่อกล้วยใบธง สูงประมาณ 1 เมตร ทั้งเหง้า ต้น จำนวน 30 กิโลกรัม กากน้ำตาล จำนวน 10 กิโลกรัม หมักไว้ 7 วัน

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แก้ปัญหาวัวไม่ยอมเป็นสัด

ปัญหาวัวไม่ยอมเป็นสัด
1. อาหารโคอาจจะได้รับโภชนะยังไม่ครบถึงแม้ว่าโคจะอ้วนดีก็ไม่ใด้หมายความว่าโชนะครบ โดยเฉพาะแร่ธาตุ และวิตามิน อาจผสมในอาหารข้น หรือให้โคกินโดยอิสระ (ใส่ภาชนะ หรือแขวนไว้) หรืออาจจะต้อง ฉีดเข้า โดยตรง เช่น AD3E,injectavit,Phosphonortonic20% เป็นต้น
2. พันธุกรรม พันธุ์โค และขนาดของโค เช่น โคที่มีขนาดใหญ่ จะเป็นหนุ่มเป็นสาวช้ากว่าโคขนาดเล็ก เป็นต้น
3. ฤดูกาล ในช่วงฤดูแล้ง อากาศร้อน สัตว์จะเครียด จะไม่ค่อยแสดงอาการเป็นสัด อัตราการผสมติดต่ำกว่าในฤดูหนาว และในฤดูแล้งคุณภาพอาหารหยาบต่ำหรือมีโภชนะไม่ครบทำให้โคได้รับโภชนะไม่ครบ
4. หากวัวมีลูกแล้ว 6 เดือน ควรหย่านม จะทำให้แม่วัวเป็นสัดได้เร็วขึ้น
5.วัวอาจเป็นซีดในมดลูก และรังไข่ไม่ปกติจึงไม่แสดงอาการเป็นสัดให้เห็น

วิธีการแก้ปัญหา
1. เสริมแร่ธาตุ และวิตามิน
2. ปรับสภาพความสมบูรณ์ของโค ถ้าโคผอมหรือผอมเกินไปโคจะไม่แสดงอาการเป็นสัดจะต้องขุนให้อ้วนปานกลางโคจะเป็นสัด 3. ถ้าข้อ 1,2 แล้วไม่เป็นสัด จึงให้ใช้ฮอร์โมน เหนี่ยวนำการเป็นสัด โดยการใช้ฮอร์โมน Lutalyseฉีดเข้ากล้าม 5 ซีซี. แล้ว 72 ชั่งโมง ผสมเทียม หรือใช้พ่อคุมฝูงทับ

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

การขยายพันธุ์กบด้วยวิธีธรรมชาติ

ช่วงฤดูผสมพันธุ์กบอยู่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน โดยเกษตรกรต้องคัดพ่อแม่พันธุ์กบที่มีความพร้อม ใส่ลงในบ่อที่เตรียมไว้ในอัตราส่วน 1 คู่ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้จับคู่และวางไข่ หลังจากที่พบว่ากบไข่แล้วในเช้าของวันต่อมาให้จับพ่อแม่พันธุ์ออก จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำในบ่อให้สูงเป็น 10 เซนติเมตร อาจเพิ่มออกซิเจนด้วยการใช้เครื่องอัดอากาศ ทางที่ดีควรเติมน้ำและให้ออกซิเจนเมื่อสังเกตเห็นว่าไข่มีการพัฒนาเป็นลูกอ๊อดและมีการเคลื่อน ไหวแล้ว มิฉะนั้นอาจจะเกิดการรบกวนทำให้ไข่ไม่เจริญเติบโต
กบบูลฟร๊อก ไข่กบที่ถูกผสมจะฟักเป็นตัวภายในเวลา 3 วัน ลูกอ๊อดของกบบูลฟร๊อกมีลักษณะดีกว่ากบนา คือจะไม่กินกันเองในขณะที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้นจึงสามารถเลี้ยงลูกอ๊อดที่มีขนาดต่างกันและอายุต่างกันในบ่ออนุบาลเดียวกันได้ การย้ายลูกอ๊อดควรย้ายเมื่ออายุประมาณ 20 วัน โดยนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลที่จัดเตรียมไว้ ลูกอ๊อดกบบูลฟร๊อกเริ่มกินอาหารเมื่ออายุได้ประมาณ 20 วัน โดยนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลที่จัดเตรียมไว้ ลูกอ๊อดกบบูลฟร๊อกเริ่มกินอาหารเมื่ออายุได้ประมาณ 3-5 วัน โดยจะกินซากพืชซากสัตว์และสัตว์น้ำขนาดเล็กรวมทั้งซากลูกอ๊อดที่ตายแล้ว ดังนั้นอาหารที่ให้อาจได้จากธรรมชาติ ได้แก่ ตะไคร่น้ำ ไรแดง และเศษพันธุ์ไม้น้ำที่อยู่ในบ่อเลี้ยง เสริมด้วยรำละเอียดและอาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาดุกโดยให้ได้ตลอดวัน ในบ่ออนุบาลต้องมีพันธุ์ไม้น้ำไว้เพื่อเป็นแหล่งพักพิงหรือยึดเกาะเมื่อลูกอ๊อดงอกขาครบ 4 ขาและหางดกลายเป็นลูกกบที่สมบูรณ์ จากนั้นให้ย้ายลูกกบไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงกบเล็กในอัตราส่วน 100 ต่อตารางเมตร บ่อต้องมีหลังคาคลุมแดดและป้องกันศัตรูที่จะเข้ามาทำอันตราย
การอนุบาลลูกกบ
การฝึกลูกกบให้กินอาหารควรทำในบ่อซีเมนต์โดยเริ่มฝึกให้ลูกกบกินอาหารตั้งแต่ระยะที่ลูกอ๊อดหางหดหมด มี 4 ขา เจริญครบสมบูรณ์ เรียกระยะเริ่มขึ้นกระดาน โดยให้อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดเล็กพิเศษที่ใช้เลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาดุกเล็ก หรือปลาสดบดละเอียดผสมรำที่เกษตรผลิตขึ้นเอง
การเพาะพันธุ์กบต้องแยกกบตัวผู้และตัวเมียออกจากกันเพื่อป้องกันการผสมพันธุ์ก่อนเวลาที่ต้องการ การบังคับกบให้ปล่อยไข่ช้าลงในช่วงฤดูฝน ต้องนำกบไว้ในร่มไม่ให้ถูกฝน ข้อสังเกตกบเพศเมียพร้อมไข่หน้าท้องจะสาก กบเพศผู้จะมีลักษณะตัวเล็กกว่ากบเพศเมีย หากให้ผสมพันธุ์ให้ใช้แม่พันธุ์เพศเมีย 1 ต่อกบเพศผู้หนึ่งตัว

สูตรหมักอาหารสำหรับสุกรช่วยต้านทานโรค


ขมิ้นชัน มีคุณสมบัติ คุณสมบัติเป็นยา รักษาอาการชัก อาการไข้ รักษาผมที่หงอก ผมร่วง ผมคัน รักษามุตกิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลโรคผิวหนังผื่นคันบำรุงผิว รักษาอาการท้องเดิน ปวดท้อง ธาตุพิการ อุจจาระเป็นมูกโลหิต ลดอาการบวม รักษาไข้ปวดหัวตัวร้อน สารพัดไข้ ปวดศีรษะ ท้องเดิน ท้องร่วง ลดการขับปัสสาวะ บำรุงโลหิต
ผลลูกยอสุก มีคุณสมบัติ ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้
สูตรหมักอาหารสำหรับสุกรช่วยต้านทานโรค
วัตถุดิบ มีดังนี้
1. ขมิ้นชัน 3 กิโลกรัม
2. เศษผลไม้ 4 กิโลกรัม
3. ผลลูกยอสุก 1 กิโลกรัม
4. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
5. หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 4 ฝา

วิธีการทำ
นำขมิ้นชันมาหันเป็นแว่นบางๆ นำผลไม้มาหันเป็นชิ้นเล็กๆ นำลูกยอสุกมาหันเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ถังหมัก ขนาด 10 ลิตร ใส่กากน้ำตาลลงไป 1 กิโลกรัมคนให้เข้ากัน ใส่จุลินทรีย์ EM ใส่ลงไป 4 ฝา คนให้เข้ากัน หมักไว้ 3-5 วัน จนเกิดฝ่าสีขาว จึงสามารถนำไปใช้ได้

วิธีการใช้
นำน้ำหมักที่ได้ มาแช่หญ้าขน หยวกกล้วยหรือคลุกลงในอาหารให้สุกรกิน ช่วยให้สุกรมีสุภาพดี แข็งแรง สุกรจะไม่เป็นหวัดง่าย ลดกลิ่นในเล้าสุกร